1
รถ เก่า classic carรถ เก่า classic carรถ เก่า classicรถ เก่า classic
รถ เก่า classic car รถ เก่า classic
ค้นหา รถเก่า ตามยี่ห้อ นานาสาระรถคลาสสิค ซื้อ ขาย รถเก่า
หน้าแรก เกี่ยวกับ vr classic car ดู รถ classic car หายาก ข่าวรถ เก่า อะไหล่ รถเก่า ติดต่อ ทีมงาน

"1930-1933 AUSTIN SEVEN The Seven Dwarf ออสติน กับ .......คนแคระทั้งเจ็ด"


ขอขอบคุณที่มาข้อมูลและรูป : นิตยสารรถวันนี้
Standard_Nine_Selby     Standard_10_arp
       นิทานปรัมปรา “ออสตินกับคนแคระทั้งเจ็ด” ลำดับญาติ “ซัมมี่” และ “รูบี้” ก่อนจะมี “ป็อปปูล่าร์คาร์” อย่าง ออสติน มินิเซเว่น Packet Size ทีเด็ดตราบจนทุกวันนี้...... แคระๆ แต่ยิ่งใหญ่ และยืนยง
แม้ “เซเว่น” ทุกคันจะกำเนิดเป็น Pocket Size อันปราศจากเทคนิคกลไกมหัศจรรย์อันน่าพิสมัยใดๆ ซึ่งด้วยองคาพยพอัน “ติดดิน” ของมันนี่เอง ที่พาให้ “เซเว่น” มียอดจำหน่ายสูงกว่า 300,000 คัน นับจาก “ต้นแบบ” 696 c.c.ที่กำเนิดขึ้นที่ลอนดอน โชว์ ปี 1922-1939 (ปีเริ่มต้น WW II) และ ไม่ว่าคุณจะครอบครอง
“The Seven Dwarf” รุ่นใดไม่ว่า Austin Baby รุ่นเริ่มต้น, Chummy ยุค ‘22-28, Top Hat Saloon รุ่น ’28-29 ,สุดแรงโหลดเตี้ย 33 แรงม้า อย่าง Ulster – Supercharged หรือ Bantam Roadster ยุค ‘ 30 ที่ขายดี มาจนถึง 1934 Box Saloon ที่มีระบบเกียร์ 4 สปีด หรือ Nippy ทรงงามปี 36 และ Ruby ปี 38 หรือแม้ แต่ฝูง “เซเว่นกลายพันธุ์” จากโรงนาหรือ Backyard Builder & Racing ซึ่งทั้งหมดล้วนคงความซุกซนในสถานะ ”คนแคระทั้งเจ็ด” ของวงการคลาสสิกคาร์เสมอกัน...ส่วนคุณจะเป็นเจ้าชายหรือ “สโนไวท์” นั้น...เชื่อเถิดครับว่า...นิทานเรื่องนี้ล้วนคงไว้ซึ่งคุณค่า และน่าสนุกสนานไม่แพ้กัน...
The first People’s car design by Herbert Austin
       1922 London Motor Show รถประหยัดคันเล็กๆ ได้กำเนิดขึ้นมันมี 2 ที่นั่งสำหรับผู้ใหญ่และแถมไว้อีก 2 สำหรับเด็กๆ มันเป็นรถ Pocket size ใช้เครื่องยนต์โบราณแบบ “วาล์วหงาย” ขนาด 747 c.c.ที่ออกขายในราคาแค่ 200ปอนด์สเตอร์ลิงที่ถือว่าเป็น FashionCarในยุคนั้นเมื่อมันครองยอดจำหน่ายถล่มถลายในระหว่างปี 1923-1939แม้ ”หัวปี” คันนี้ของออสตินจะแลดูแคระและอ่อนแอ แต่มันก็เหมาะสำหรับการ แต่งองค์ ทรงเครื่อง ปรุงรสได้ตามใจชอบของทุกๆคน ซึ่งนี่คือจุดขายอันชาญ ฉลาดของ Herbert Austin ที่นำเอา Ordinary ของจักรยานมาใช้เป็นบรรทัดฐานยานยนต์ Simply the best & Simple life ง่ายๆที่เร่งให้ “เซเว่น” เข้าไปนั่งอยู่กลางใจในฐานะ People Car และเมื่อคุณมีเวลามากพอเพื่อตามหา Originals ของพวกมันละก็เลิกซะเถอะเพราะว่าคุณอาจตายไปซะก่อน เมื่อต้องผจญกับความจริงที่ว่า Austin Seven แทบทุกคันที่ผลิตออกมาให้ยืยงคงอยู่จนเมื่อคุณได้พบนั้น แทบจะไม่มีคันใดที่จะเหมือนกันเลย ใช่มันเป็นรถคันเดียวที่ตามใจผู้เป็นเจ้าของทุกเพศ ทุกวัย จนถึงที่สุดแห่งความพึงพอใจ ตามล่า “คนแคระทั้งเจ็ด”
firstaustin
แถวๆ Longbridge เฮอร์เบิร์ต ออสติน เริ่มหากินด้วยผลิต “Cycle Cars” ออกจำหน่ายในปี 1895 หลังจากที่เคยเป็นลูกจ้างผลิต จักรยานให้กับโรงงาน Wolseley ก่อนหน้าที่เขาจะเด่นดังด้วยผลงานเล็กๆ Austin Seven แห่งอังกฤษ หลังสงครามโลกครั้งแรกเล็กน้อย ทั่วทั้งทวีปยุโรปถูกเชื่อมเป็นแผ่นดินเดียวกันอีกครั้ง “รถฉบับกระเป๋า” คันเล็กจากอังกฤษ เริ่มต้นภารกิจยิ่งใหญ่ของมัน หลังจากเปิดตัวครั้งแรกนั้น ด้วยความเปี่ยม “รถนิยม” มันถูกรู้จักนับแต่วินาทีแรก วิลเลี่ยมส์ ลีออง ผู้ช่ำชองการต่อรถ “Swallow Side-Car” ใช้มันเพื่อวางรากฐานสู่ “แมวใหญ่” JAGUAR ใกล้ๆ กันกับที่ BMW เริ่มผลิตรถยนต์รุ่น “DIXI DA1” แบบแรกของตน ขณะที่อีกซีกโลก เกาะเล็กๆ ทางตะวันออกก็เอาบ้าง พวกเขามองเห็นความเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นควรมี “รถประชาชน” ไว้สักคัน เมื่อ DATSUN ผลิตรถยนต์รุ่น Four seat Tourer 1934 Saloon แบบแรกของตนนี่ยังไม่รวมถึงอารยธรรมการแข่งขันที่ The Seven ได้รับการยอมรับว่า เป็นงานเริ่มต้น “เปิดบริสุทธิ์” แก่บรรดาวิศวกรรมการแข่งมากมาย รวมทั้ง Colin Chapmans เจ้าของรถแข่ง LOTUS (กับ LOTUS 7) คันแรกที่เข้า แข่งขัน รวมทั้ง Bruce McLaren & Jack Brabham (เจ้าของทีม F1 แม็คลาเรน และเจ้าของทีมบราฮัม) ซึ่งพวกเขาล้วนเป็นที่ยอมรับว่าเป็นอดีต 1 ใน 7 “คนแคระออสติน” ทั้งสิ้น 10 แรงม้า ยาว 2 เมตรกว่า หนักแค่ 300 กก.
       ไม่ว่าคุณจะจอดพวกมันตากแดดตากฝนข้างยุ้งฉางกลางไร่นา หรือจะทิ้งมันไว้ใต้ชายคาเล็กๆ หรือจะ “ทิ้ง” พวกมันไว้ที่ไหน ขนาดยาว/กว้าง/สูง ของมัน แทบไม่อยู่ในสายตา ต่อเมื่อคุณหมุนสตาร์ทเท่านั้นละ เครื่องยนต์ L-Head 4 สูบ SideValve 747 C.C. พลังแถว 10 แรงม้า ที่รองด้วยแบริ่ง (ชาฟท์) แค่ 2 ตับก็ตื่นจากหลับไม่ว่าฝนตกฟ้าร้อง หรือท่ามกลางเปลวแดดร้อนระอุใจกลางแอฟริกา ม้าทั้งสิบตัวของมันจะเริ่มกระฉับกระเฉงขึ้นทันที
       พอถึงยามไร่นาสาโทต้องร้างลา “เซเว่น” นับพันๆ ก็อาจจะ Dual in the sun กันในสนามไร่ทุ่ง ยิ่งน่าตกใจเมื่อต่อมามันนี่ล่ะคือ ต้นสายพันธุ์รถแข่ง Back yard Racing ที่ปลุกอังกฤษให้ขึ้นสู่ “เจ้าสนาม” อีกครั้ง เมื่อเครื่องยนต์ของมันถูกยัด Cozette ซูเปอร์ ชาร์เจอร์ ที่ผลิต 24-33 แรงม้า ที่ 5,000 rpm ที่วิ่งได้เกิน 130 กม./ชม. ในยุคก่อนสงครามครั้งหลัง ณ สนามแข่ง Ulster, Brooksland และ Monza ในอิตาลี ก่อนที่จะแตกยอดเป็นทีมอีกมากมายในอังกฤษ
standard_9_Saloon        standard_Fly_Saloon
1927 BABY ที่เด่นดัง
       ย้อนกลับไปในวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2514 ณ สวนลุมพินี ปีที่วงการรถโบราณของเมืองไทยได้เริ่มต้นขึ้นโดยสมาคม แหลมทองมอเตอร์สปอร์ตคลับ และสายการบิน Lufthanza แห่งสาธารณรัฐเยอรมันซึ่งถือเป็นงานประกวดประขัน ความงามย้อนยุค ขึ้นเป็นครั้งแรก
       รถโบราณทั้ง 24 คัน ต่างถูกรายล้อมด้วยผู้ชมคณานับ “1909 โรลส์-รอยซ์ แฟนทอม” อวดร่างด้วยสุดยอดความพิถีพิถันแห่ง ความเป็น “ราชรถแห่งรัชกาลที่ 6” ก่อนจะพระราชทานแก่เจ้าพระยารามราฆพฯ (ตกทอดมาสู่ “วังละโว้” ในกาลต่อมา)
       ท่ามกลางความงดงามหรูหราของรถโบราณตั้งแต่ปี 1909-1941 นั้น ยังมี “รถแคระ” ที่แสนธรรมดาแทบอยู่นอกสายตา ซึ่ง Mr.W.R. Bll Dunnuck และภรรยา ใช้ความอุตสาหะเพื่อการบูรณะ ออสติน BABY รุ่นปี 1927 ผู้กลายเป็นพระเอกของงาน ด้วยตำแหน่งชนะเลิศในงานประกวด ด้วยแต้มสูงสุดจากคณะกรรมการสูงถึง 2,087 คะแนน เฉือนรถ 1922 DELAGE ปีก่อนหน้าไปเล็กน้อย ด้วยรถเล็กๆ คันนี้เองที่ต่อมามันได้ปลุกกระแส Vintage & Classic Cars ขึ้นในเมืองไทย เพื่อเพื่อนๆ อีกหลายคันอันเคย ถูกทิ้งร้างได้ฟื้นคืนกลับมา
190 – 33 Chummy & Ruby
เนิ่นนานพอดูกว่าที่ AUTOPIA จะสบโอกาสในการสืบสาวเรื่องราวของ Austin Seven ตัวเป็นๆ ของเมืองไทย เข้าใจว่ามีอยู่ ระหว่าง 4 แต่ไม่เกิน 10 คันเท่านั้นในขณะนี้ (รวมถึงบางคันที่มาจากพม่า) ที่สำคัญมันทั้งสองรวมอยู่ใต้ชายคาเดียวกันของ คุณวิรุฬห์ ปรวุฒิพงศ์ ที่ปรึกษาใหญ่ในสามาคมรถโบราณคาสตรอล (แห่งประเทศไทย) แหล่งรวมใจของนักรบแห่งกาลเวลา
        ช่างน่าอิจฉา เมื่อทราบว่าที่นี่คือแหล่งรวม The Seven ถึงสองคัน ที่จำแนกด้วยรูปลักษณ์ และการใช้สอย โดยคันหนึ่งเข้ม ด้วยความเป็น Original Chummy ยุคปี 1930 รุ่น AF Tourer ที่พอมีประวัติให้ได้ติดตาม คุณวิรุฬห์เล่าว่า มันมาจากจังหวัดพะเยา ก่อนหน้าที่ Mr. Phillip P. Beasley แห่ง บริษัท คาสตรอล (ไทยแลนด์) เข้าถือกรรมสิทธิ์ โดยการแนะนำของ “ลุงการ์เล” Mr.Gaarle A.Harteva ประชาสัมพันธ์ใหญ่แห่ง Pressco บริษัทโฆษณาใหญ่ในยุคนั้น (หนึ่งในคณะผู้ก่อตั้งสมาคมรถโบราณแห่ง ประเทศไทย) มันมิได้ครบถ้วนนัก ชิ้นส่วนอะไหล่ได้มาเท่าที่มี ที่เหลือคืองานเป่าเสก ที่ มร.บีสลีย์ต้องอิมพอร์ตเข้ามา
       พร้อมๆ กับ 1933 Ruby (ถ้าเป็นมอร์ริส จะถูกเรียกว่า “EIGHT”) อีกคัน ที่แลหรูหราด้วยอรรถประโยชน์มากกว่าด้วยรูปลักษณ์ All season จาก Rag top – Saloon และประตูเปิดแบบ Barn- doors ทั้ง 4 สำหรับครอบครัวขยายในยุคนั้น
        เมื่อทั้งคู่ถูกสตาร์ท (Chummy) ผู้พี่ถูกสตาร์ทด้วยมือ ขณะที่ Ruby มีมอเตอร์สตาร์ทอันทันสมัย) เครื่องยนต์ทั้งคู่ก็ดูสนุกกับการต้องสลับกันเคลื่อนไหวไป-มาเพื่อหาโลเกชั่นย้อนยุค
chummy1        chummy2
       เครื่องยนต์ 4 สูบ ยุคเปิดกรุของ เฮอร์เบิร์ต ออสติน ส่งเสียงแห่งความสดใหม่ แม้กาลจะล่วงไปแล้วกว่า 70 ปี (เครื่องบล็อกนี้ คือต้นแบบของออสติน มินิ และบล็อก A ของดัทสันด้วย) พร้อมกับเข็นหน้าปัด Smith กระดิกไปมาเสมือนนาฬิกาโบราณจาก อดีตที่คงความเที่ยงตรงเสมอมา เครื่องยนต์อะลูมินัม (ห้องคลัตช์ และ แคร็งค์เคสก็ เป็นอะลูมินัม ขณะที่ฝาสูบผลิตจากเหล็กหล่อ เพื่อเก็บกักความร้อนเอาไว้ให้ง่านในการเผาไหม้ในอากาศเย็น) ช่วงชักยาวขนาด 56 x 79 มม. หายใจผ่านฝาสูบ L-Head “วาล์วหงาย” (นึกไม่ออกให้ไปดูเครื่องสูบน้ำ) ที่ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์ Zenith และ Stromberg ที่ถือเป็นคู่แฝดกัน ทั้งคู่ล้วนบอกความสดใหม่ในอดีตด้วยกลิ่มเผาไหม้ที่หมดจด ปราศจากกลิ่นเบนซินดิบๆที่เรา มักจะสูดได้จากรถโบราณ ๆซึ่งทุกอย่างที่ล้วนกระฉับกระเฉงของ The Seven
เทคนิคกลไก ไม่มีวันพัง
       ดูให้ดีๆ คุณยังสามารถ Inspiration ย้อนกลับไปพบหา Herbert Austin ได้ด้วยกลิ่นอายจากนักผลิตจักรยานและ “ไซเคิลคาร์” แห่งยุคต้นๆ ของยานยนต์บนโลก คุณจะพบว่า “เจ้าแคระ” คือการรวมตัวกันของทั้งสองสายพันธุ์จักรยานยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ใช้แค่ประแจและไขควงไม่กี่อัน ก็อาจซ่อมได้ทั่วทั้งคัน จากการบำรุงรักษา (ถ้า “เซเว่น” ของคุณไม่โหดอย่างรุ่น Ulster – Supercharged) อันเป็นผลให้ “นาฬิกาโบราณ” ทุกคัน ยังสามารถคงไว้ซึ่งความเที่ยงตรง
       มันขับเคลื่อนบุกป่าฝ่าดง “ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง” ได้อย่างสบาย ขณะที่หนุ่มพิเรนทร์หลังฤดูเก็บเกี่ยวอาจขับเที่ยวส่องสัตว์ ตลอดจนร่วมแข่ง Hillclimb (การแข่งชนบทที่ฮิตในฤดูฝน) ใน “เซเว่น” คันเดียวกัน ด้วยระบบเกียร์ 3 สปีด ที่ขับเคลื่อนพลัง 10.5 แรงม้า เพื่อพาบอดี้ที่หนักระหว่าง 300-356 กก. ของมัน “ขยับ” ไปได้สบายๆ ท่ามกลางสายลมแสงแดด ระบบช่วงล่างง่ายๆที่เลย์เอาท์อยู่ใต้ Rolling Chassis A-Shape ด้วยช่วงล่างแหนบขวางเต็มแผ่นที่ด้านหน้า (ปรับแข็ง-อ่อนได้ด้วยก้าน Lever) ขณะที่ข้างหลังออกแบบให้ใช้ “แหนบครึ่ง” เลย์เอาท์ให้ทอดไปตามยาวของแชสซี ที่ผู้นิยมงานโมดิฟายจะสามารถ Low-Slung หรือ โหลดเตี้ยลงได้ภายใน 10 นาที พร้อมด้วยระบบ “ก้านเบรก” Girling rodbrakes ที่พอเพียงในการหยุดความเร็วแคระๆ ราว 25-30 ไมล์ (ราว 40-50 กม./ชม.) ของยุคนั้น
       ข้อมูลสังเขป
       เครื่องยนต์ :4 สูบเรียง 747 c.c. อะลูมินัม ระบายความร้อนด้วยน้ำ
       ระบบฝาสูบ:L-Head Side Valve เหล็กหล่อ
       ลูกสูบ x ช่วง:ชัก56 x 76 มม.
       คาร์บูเรเตอร์:Zenith – Stromberg TE
       พลัง : แรงม้า/4,500 pm
       ระบบเกียร์ : สปีด (4 สปีด ในยุคปี 1934)
       โครงรถ:A-Shape
       ระบบกันสะเทือน:หน้า แหนบแผ่นวางขวาง
       หลังแหนบ:เครื่องแนวยาว
       ระบบเบรก:ดรัมเบรกแบบก้านลวดทั้ง 4 ล้อ
       มิติขนาด:ความยาวช่วงล้อ 191 ซม.
       ฐานล้อ:หน้า/หลัง102/102 มม.
       น้ำหนัก:356 กก.
       ความเร็ว:70 กม./ชม.
ข้อมูลรถคลาสสิคมาใหม่
 • Porsche 906 รถแข่งบนถนนหลวงข้อมูลใหม่
 • ภาพบรรยากาศ Classiccar Exposition Vข้อมูลใหม่
 • ภาพงาน Cebtral World Forever Cabriolet 2008ข้อมูลใหม่
 • Buick Electra ปรับเปลี่ยนแปลงโฉมตลอดเวลา
 • Monteverdi High Speed 375 รถสวยๆ จากเมืองนาฬิกาดัง
linkwebsite เพื่อนบ้าน : รถยนต์มือสอง ประดับยนต์ ล้อแม็ก เกม  เกมส์รถแข่ง รถแต่ง ประกันภัยรถยนต์ ไฟแนนซ์ แม่เหล็กติดตู้เย็น
toyota honda รถใหม่ ข่าวดารา
foot