E85 อีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม
แม้รัฐบาลจะส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 แต่เอทานอลซึ่งเป็นวัตถุดิบที่สำคัญ ก็ยังมีกำลังการผลิตที่เกินความต้องการอยู่จำนวนมาก คาดว่าหากโรงงานผลิตเอทานอลที่กำลังก่อสร้างแล้วเสร็จ จะมีผลผลิตเอทานอลออกสู่ตลาดถึง 3 ล้านลิตรต่อวัน ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาเอทานอลล้นตลาด รัฐควรพิจารณาเพิ่มสัดส่วนการผสมเอทานอลในน้ำมันเชื้อเพลิงให้สูงขึ้น อาทิ นำไปผสมในน้ำมันดีเซล 2% กลายเป็นน้ำมันดีโซฮอล์ หากทำเช่นนั้น
จะเพิ่มการใช้เอทานอลได้มากกว่าล้านลิตรต่อวัน หรือการส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ให้มากขึ้น เป็นต้น
สร้างแรงจูงใจทั้งด้านราคารถยนต์ และราคาเชื้อเพลิง
อย่างไรก็ตามรัฐจะต้องดำเนินนโยบายด้านภาษีเช่นเดียวกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เพื่อจูงใจให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เริ่มทำตลาดรถยนต์ FFV อย่างจริงจัง รวมทั้งจูงใจให้ผู้บริโภคหันมา ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 กันมากพอที่จะทำให้บริษัท
ผู้ผลิตน้ำมันเพิ่มปริมาณการผลิตให้มากขึ้น แต่เนื่องจากในปัจจุบันสัดส่วนการใช้ของน้อยมาก ทั้ง ปตท.และบางจาก จึงชะลอการผลิตไว้ก่อน แต่ก็ยังคงทำการทดลองอย่างต่อเนื่อง เพื่อสามารถ
ดำเนินการได้ทันทีหากรัฐบาลประกาศให้เดินหน้าเรื่องของน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ E85 อย่างเต็มที่
ส่วนมาตรการด้านราคาน้ำมันนั้น หากรัฐยกเว้นภาษีสรรพสามิต ของเอทานอล และเก็บเงินกองทุนน้ำมันเท่ากับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 ดังในปัจจุบัน จะทำให้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 มีราคาถูกลงกว่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์อื่นๆ
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 คือมีเอทานอลผสมอยู่ถึง 85% เป็นเชื้อเพลิงที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้รถยนต์ในทวีปอเมริกาและยุโรปมากขึ้นตามลำดับ แต่ข้อจำกัดก็เช่นเดียวกับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 คือ ไม่สามารถใช้ได้กับรถยนต์ทุกรุ่นทุกคัน ต้องเป็นรถยนต์ที่ผลิตมาเพื่อให้ใช้ได้กับน้ำมันประเภทนี้
รถยนต์ที่จะใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ซึ่งมีค่าออกเทนสูงจะต้องเป็นรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ประเภท Flexi Fuel Vehicle (FFV) วัสดุชิ้นส่วนในระบบเชื้อเพลิงต้องทนการกัดกร่อนได้สูง เช่น ถังน้ำมัน ท่อจ่ายน้ำมัน และหัวฉีดน้ำมัน เป็นต้น นอกจากนั้นจะต้องติดตั้งเซ็นเซอร์ที่คอยตรวจจับปริมาณส่วนผสมของเอทานอล และมีระบบควบคุม (Engine Calibration Updates) ในการปรับแต่งการเผาไหม้เชื้อเพลิง นอกจากนั้นอาจจะต้องเพิ่มสัดส่วนของน้ำมันเบนซินให้ยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อช่วยในการสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ง่ายในทุกสภาพอากาศ
ใช้ได้กับรถยนต์หลากรุ่นหลากยี่ห้อ
สำหรับรถยนต์ที่สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้นั้น คณะกรรมการประสานงานยานยนต์เอทานอล (National Ethanol Vehicle Coalition : NEVC) ได้ประกาศรายชื่อรถยนต์รุ่นที่สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ที่จะออกจำหน่ายในปี พ.ศ. 2551 นี้ จากไครสเลอร์, ฟอร์ด, เจนเนอรัล มอเตอร์, นิสสัน และเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งมีทั้งหมด 31 รุ่น อาทิ เบนซ์ C300 แอลเอส, นิสสัน อาร์มาด้า, ดอดจ์ แรม, จิ๊บ คอมมานเดอร์, แกรนด์ จิ๊บ เชโรกี, ฟอร์ด เอฟ 150 เป็นต้น (ตรวจสอบรุ่นรถยนต์เพิ่มเติมได้ที่ www.e85fuel.com)
ในขณะที่ผู้ประกอบการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยคาดว่าจะสามารถผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้ภายใน 3-4 ปีต่อจากนี้ และจากการประมาณการณ์โดยรวมในปี พ.ศ. 2550 ที่ผ่านมา คาดว่ามีรถยนต์ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ซึ่งรองรับเชื้อเพลิงได้หลายชนิด จำหน่ายออกไปประมาณ 7,000 คัน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
เชื่อว่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 น่าจะกลายเป็นสูตรน้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่มีความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากรัฐบาลของประเทศต่างๆ ใช้กลไกภาษีน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันจูงใจผู้บริโภคให้เลือกใช้ รวมทั้งกำหนดโครงสร้างภาษีรถยนต์ที่ส่งเสริมให้เกิดการผลิตและจำหน่ายรถ FFV เพื่อสนับสนุนการใช้แก๊สโซฮอล์ E85 ในอนาคต สำหรับประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะผลิตและจำหน่าย น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 แต่น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ก็อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งบริษัทน้ำมันและบริษัทรถยนต์จะได้ร่วมมือกันในการพัฒนาและส่งเสริมโดยมีจุดมุ่งหมายให้มีการใช้เอทานอลทดแทนน้ำมันให้มากที่สุด
|