มีผู้วิจารณ์ว่าชื่อ Edsel คืออีกหนึ่งในข้อผิดพลาดสำคัญ เพราะฟอร์ดไม่ได้ใช้ชื่อที่ได้จากการสำรวจตลาดมาเป็นเวลานาน แต่กลับใช้ชื่อ Edsel (Edsel Bryant)ซึ่งเป็นชื่อของบุตรชายคนเดียวของเฮนรีและคลารา ฟอร์ดแทน ชนิดไม่อิงหลักวิชาการ และที่ปฏิเสธไม่ได้คือ มันเป็นรถขนาดใหญ่เกินไป ขณะที่ความนิยมของรถเล็กกำลังจะมา Edsel จึงกลายเป็นรถที่สวนกระแส ไม่น่าแปลกใจที่ยอดขายจะมีแต่ตกต่ำลง เท่านั้นยังไม่พอปี 1957 บังจัดเป็นปีที่อุตสาหกรรมรถยนต์ซบเซาด้วย โดยมีเพียงฟอร์ดธันเดอร์เบริ์ด กับแรมเบลอร์ อเมริกัน เท่านั้นที่มียอดขายสูงขึ้น สำหรับเอดเซล เรนเจอร์ (Edsel Ranger) คือเอดเซลโมเดลที่ยืนหยัดอยู่จนวาระสุดท้าย Ranger ใช้ตัวถังร่วมกับ Edcel Pacer ซึ่งเป็นแบบย่อขนาด แต่ Ranger ถูกวางตัวไว้ในตลาดที่ต่ำกว่า โดยใน 2 ปีแรกของการผลิต Ranger ไม่ได้เป็นรถตัวหลัก เป็นเพียงตัวเสริมเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าที่อาจจะชอบรถที่มีตัวถังสั้นลงกว่ารถใหญ่โดยปรกติเล็กน้อย แต่ถึงขนาดนั้นก็ยังมีฐานล้อห่าง 118 นิ้ว (9 ฟุต 10 นิ้ว) รถรุ่นนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ V8ความจุ 361 ลูกบาศก์นิ้ว ส่งกำลังแบบ 3 สปีดธรรมดา มีออพชั่นเป็นเกียร์ออโต้ Teletouch ซึ่งมีปัญหาค่อนข้างมาก จน กระทั่งถูกยกเลิกไปในปี 1959 ซึ่งในปีการผลิตนั้น Ranger ก็ได้ยึดฐานล้อออกไปเป็น 120 นิ้ว (10 ฟุต)เช่นเดียวกับโมเดลอื่น ไม่ว่าจะเป็น Corsair, Pacer หรือ Citation สำหรับสไตล์ตัวถังก็มีให้เลือกทั้ง 2 ประตูคูเป้ 4 ประตูซีดาน รวมทั้ง 2 ประตู และ 4 ประตูฮาร์ดท็อป Edsel มียอดขายในปีแรกทั้งสิ้น 63,110 คัน จัดเป็นรถปีแรกที่มียอดจำหน่ายสูงสุดเป็นอันดับสองเท่าที่เคยมีมา เป็นรองเพียงการเปิดตัวของPlymouth ในปี 1928 เท่านั้น แต่เริ่มต้นสวยไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสำเร็จ Edsel เริ่มแผ่วในปี 1959ซึ่งขายได้เพียง 44,891 คัน แล้วปี 1960 ก็กลายเป็นปีการผลิตสุดท้ายของEdsel ซึ่งผลิตออกจำหน่ายเพียง 2 ตัว คือ Ranger กับ Villager และขายออกเพียง 2,846 คันแล้วฟอร์ดก็ประกาศยุติการผลิต Edsel เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 1959 เพียง 4 วันหลังจากที่เปิดตัวรถรหัส 1960 (จำหน่ายต่อไปถึงปลายเดือนพฤศจิกายน)
สำหรับ Edsel Ranger มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 21,701 คัน แบ่งเป็นตัวถัง 2 ประตูคูเป้ 4,615 คัน 4 ประตู ซีดาน 74,14 คัน ฮาร์ดท็อปคูเป้ 6,005 คัน และฮาร์ดท็อป 4 ประตู 3,667 คัน ราคาขายอยู่ระหว่าง 24,84-2,643 เหรียญสหรัฐ |