ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีสิ่งขึ้นชื่อมากมายไม่ว่าจะเป็นเทือกเขาแอลป์แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามมากมาย ไปจนถึงนาฬิกา
และธนาคาร แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ค่อยมีผู้ให้ความสนใจก็คือมรดกด้านเครื่องยนต์กลไก ตัวอย่าง ที่ดีที่สุดสำหรับรถยนต์ของสวิตเซอร์แลนด์น่าจะเป็น Hispano Suiza ตามด้วย Martini และ Picard Pictet..(คลิ๊กเพื่ออ่านต่อ)
บูอิค อีเลคตรา (Buick Electra) และบูอิค อีเลคตรา 225 (Buick Electra 225) คือรถยนต์ระดับพรีเมียม เต็มรูปแบบ ซึ่งผลิตโดยส่วนผลิตภันฑ์บูอิค แห่งเจเนอรัล มอเตอร์ (GM) โดยมีสายการผลิตยาวนานตั้งแต่ปี 1959 จนถึง 1990..(คลิ๊กเพื่ออ่านต่อ)
NSU พรินซ์ (The NSU Prinz) คือ รถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศเยอรมนี โดยบริษัท NSU Motorenwerke AG ผลิตต่อเนื่องกันตั้งแต่ ค.ศ.1957 ถึง 1973 โดยแบ่งตามรูปแบบของตัวถังได้ 2 ช่วง ช่วงแรกระหว่างปี 1957-1961 จากนั้นจึงมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบครั้งใหญ่ในปี 1961 เป็นต้นไป (แบบเดิมยังผลิตจนถึงปี 1962)..(คลิ๊กเพื่ออ่านต่อ)
แพคการ์ด (Packard) คืออดีตรถยนต์หรูของสหรัฐอเมริกา ซึ่งในช่วงต้นผลิตโดย Packard Motor Car Company แห่งดีทรอยต์ มิชิแกน และต่อมาเป็นผลงานของ Studebaker-Packard Corporation แห่งเซาธ์เนด์ อินดีแอนา ภายใต้สโลแกน ลองถามคนที่ซื้อไปแล้วซิค่ะ..(คลิ๊กเพื่ออ่านต่อ)
|
ลมยาง
ลมยางมีความสำคัญอย่างไร
ลมยางนับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากต่อการทำหน้าที่ของยางรถยนต์เพราะลมจะทำให้ยางสามารถคงรูปร่างและยึดติดกับกระทะล้อ และรับน้ำหนักบรรทุกได้ นอกจากนี้ลมยังช่วยให้หน้ายางสามารถคงรูปร่างและยึดติดกับกระทะล้อ และรับแรงสั่นสะเทือนจากการกระแทกของหน้ายางกับผิวถนนที่ไม่เรียบได้
ลมที่ใช้เติมเข้าไปในยางรถยนต์โดยทั่วไปจะใช้อากาศอัดที่มาจากปั๊มลม ปัจจุบันได้นำแก๊สไนโตรเจนเข้ามาแทนการลมอัดแต่ยังไม่แพร่หลายนัก
เพราะผู้ใช้รถยนต์ต้องจ่ายเงินค่าแก๊สซึ่งยังมีราคาแพงมากเมื่อเทียบกับลมอัดที่เติมฟรี(ค่าแก๊สไนโตรเจนประมาณ 50 บาทต่อล้อ)
ผลของความดันลมต่อการใช้งานยางรถยนต์
ความดันของลมภายในยางจะเป็นปัจจัยสำคัญในการทำหน้าที่ของยางตามปกติแล้วบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์จะกำหนดค่าความดันลมที่
เหมาะสมกับยางรุ่นนั้นๆมาให้ความดันลมที่เหมาะสมจะทำให้ยางมีรูปทรงที่เหมาะสมจะทำให้ยางทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

หากความดันของลมภายในยางมีน้อยเกินไปจะทำให้ยางแบน หน้ายางสัมผัสกับถนนไม่เต็มหน้า ดังรูป (ซ้าย) ซึ่งจะมีผลให้มีการสึกหรอมากบริเวณไหล่ยาง และทำให้การบังคับเลี้ยวรถทำได้ยากขึ้น (พวงมาลัยหนัก) ชั้นผ้าใบหรือเนื้อยางเกิดการหัก ชำรุดเสียหายเร็วกว่าปกติ ประสิทธิภาพในการรีดน้ำและเกาะถนนลดลง และมีการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง
ในทางตรงกันข้าม หากครวามดันยางภายในมากเกินไป จะทำให้แก้มยางสูงและหน้วยางโค้งขึ้น ดอกยางสัมผัสกับผิวของถนนเฉพาะตรงกลางหน้ายาง ซึ่งจะส่งผลให้ยางมีการสึกหรอมากตรงกลางหน้ายางประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนลดลง(พื้นที่สัมผัสลดลง) รถเกิดการลื่นไถลได้ง่าย มีการสั่นสะเทือนมากขึ้น และอาจเกิดการระเบิดของยางได้
ความดันลมยางที่เหมาะสม
ความดันลมยางที่เหมาะสมสำหรับยางรถยนต์นั่งโดยทั่วไป จะอยู่ที่ประมาณ 28-36 ปอนด์/ตร.นิ้ว ส่วนรถกระบะจะอยู่ที่ประมาณ 30-45 ปอนด์/ตร.นิ้ว (ไม่มีการบรรทุก) และประมาณ 35-65 ปอนด์/ตร.นิ้ว (เมื่อมีการบรรทุก)แต่ละยี่ห้อ มีน้ำหนักต่างกัน หรือใช้ยางที่มีขนาดต่างกัน
กรณีที่ขับรถด้วยความเร็วสูงหรือขับรถทางไกลให้เพิ่มความดันลมขึ้น 3-5 ปอนด์/ตร.นิ้ว จากความดันลมปกติ ทั้งนี้เพื่อเป็นลดการบิดตัวของโครงสร้างยาง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ยางเกิดความร้อน
• ยางรถยนต์
• การสลับยางรถยนต์
• การเปลี่ยนยางรถยนต์
|